โอกาสของฉัน..โอกาสของพวกเค้า..และโอกาสของคุณ
::: ขอบคุณรูปจาก ครูนุ้งนิ้ง ค่ะ :::
วันอาทิตย์ที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๑
เมื่อครั้งรู้ว่า ตัวเองจะได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดเป็นเวลาหนึ่งเดือน
ก็มีความตั้งใจว่า อยากจะลองไปเป็นครูสอนเด็กๆในโรงเรียนที่ห่างไกลดูสักครั้ง
เนื่องจากการที่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นระยะเวลาพอสมควร
พอที่จะได้มีความคิดเห็นเกี่ยวกับบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองต่างออกไปแต่ด้วยเหตุผลหลายประการ
ทำให้ตัวเองไม่สามารถทำตามที่ตั้งใจไว้ได้
ระยะเวลาหนึ่งเดือนที่คิดว่าอาจจะสั้นเกินไปเสียด้วยซ้ำ
กับการที่จะเรียนรู้ชีวิตเด็กๆในชนบท
และสอนพวกเค้าให้ไกลจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษทั้งหลายได้
เมื่อความตั้งใจล้มเหลวลง
ระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นจึงกลายเป็นเวลาที่แสนยาวนาน
เพราะฉันได้แต่ปล่อยเวลาแต่ละวันให้ไหลไปอย่างไร้ประโยชน์เมื่อเวลาจากลาบ้านเกิดตัวเองอีกครั้งใกล้เข้ามา
โครงการครูอาสาใจกลางเมืองจึงเปรียบเสมือนแสงไฟส่องทางสว่างขึ้นมา
๙ นาฬิกาเศษ ณ บริเวณริมคลอง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์
กลุ่มคนซ.โซ่ กับเด็กชุมชนกว่ายี่สิบชีวิต
ต่างกำลังแลกเปลี่ยนเสียงหัวเราะและความรู้กันอย่างสนุกสนาน
ฉันเดินเข้าไปอย่างไม่ต้องรีรอ
และเพียงเวลาไม่กี่นาที
ครูหน้าใหม่อย่างฉันก็สามารถกลืนไปกับเด็กๆได้อย่างง่ายดาย
คงไม่ต้องสงสัยว่าเพราะอะไร...![]()
การสอนและการเรียนไม่ได้มีอะไรยุ่งยากมากนัก
หนังสือแบบเรียนแต่ละเล่มจะถูกถ่ายเอกสารแต่ละหน้าเก็บไว้ในซอง
เด็กแต่ละคนจะได้กระดาษแบบเรียนที่ถูกถ่ายเอกสารแล้วคนละหน้า
ครูอาสามีหน้าที่แค่ช่วยให้เค้าคิดได้ด้วยตัวเอง
ซึ่งไม่ใช่สิ่งยากเย็นนักสำหรับเด็กที่มีโอกาสได้เข้าโรงเรียนเช่นนี้
และเพราะเหตุผลนี้ ทำให้เด็กไม่ตั้งใจเรียนเท่าไรนัก
ครูปู่บอกว่า การอาสามาสอนมาสอนเด็กกลุ่มนี้
จึงไม่ใช่การมุ่งเน้นไปในด้านการเรียนรู้ตามหลักสูตร
แต่เน้นหนักไปทางด้านจริยธรรมและสังคมมากกว่า
เช่น การสอนให้พวกเค้าพูดจาไพเราะ
ให้รู้จักแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น
ให้รักพ่อแม่ และ ปลูกฝังให้พวกเค้ารัก "บ้าน" ที่พวกเค้าอาศัยอยู่เด็กๆที่นี่ยังมีโอกาสได้ไปโรงเรียน
พ่อแม่ของเด็กยังให้โอกาสและส่งเสริมให้ลูกมีความรู้
แต่ครูปู่เล่าให้ฟังว่า
ตอนบ่ายเราจะย้ายไปสอนเด็กอีกกลุ่มนึง
ที่ด้อยโอกาสกว่าและสภาพแวดล้อมก็ต่างจากที่นี่โดยสิ้นเชิง
ฉันตื่นเต้นที่จะได้ไปสัมผัสจริงเมื่อได้ยิน...
หลังจากครูอาสาทุกคนอิ่มท้องจากร้านอาหารใต้ตึกเศรษฐศาสตร์
พวกเราก็พากันขึ้นเรือข้ามฟากไปอีกชุมชนหนึ่ง
ซึ่งครูปู่ได้กล่าวอ้างกับฉันก่อนหน้านี้ไว้แล้วเมื่อลงจากเรือ
พวกเราทุกคนต้องเดินอ้อมบริเวณก่อสร้างในโรงพยาบาลศิริราช
เพื่อจะไปยังจุดหมายของเรา...
ชุมชนหลังวัดอมรินทราราม ใต้สะพานอรุณอัมรินทร์ลูกศิษย์คนหนึ่งเมื่อเห็นคุณครูเดินทางมา
ก็วิ่งโร่หายเข้าไปในความมืด
และกลับออกมาพร้อมพรรคพวกที่อาจไม่มากเท่าเด็กกลุ่มแรก
และเสื่อปูนั่งที่บอกถึงอายุใช้งานและการถูกใช้งานอย่างสาหัสพอตัว
ก็ถูกกางออกและถูกเติมเต็มในที่สุด
เด็กบางคนมากับเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง หน้าตามอมแมม
ฉันสังเกตเห็นขาของเด็กบางคนลายพร้อยจะด้วยสาเหตุใดฉันก็ไม่อาจทราบได้
แต่ถึงแม้จำนวนเด็กที่นี่จะน้อยกว่าครูหัวใจอาสาที่ไปกัน
แต่ความตั้งใจที่จะเรียนรู้กลับมากมายท่วมท้นซะจนฉันรู้สึกได้แบบเรียนที่ถูกถ่ายเอกสารเก็บไว้อยู่ในซอง
ได้ถูกหยิบออกมาจากการร่ำร้องอยากจะเห็นโจทย์และแก้มันครั้งแล้วครั้งเล่า
และครั้งนี้ ฉันได้มีโอกาสสอนภาษาอังกฤษตามที่ฉันตั้งใจไว้ด้วยเด็กที่ฉันสอนภาษาอังกฤษให้ ชื่อว่า จอย
ฉันเดาเอาว่าเธอเป็นเด็กขายพวกมาลัยอยู่ตามสี่แยกเท่านั้น
เธอมีโอกาสได้ร่ำเรียนอย่างต่ำก็มัธยมปีที่สอง
แต่เนื่องจากวิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่เธอไม่ชอบในตอนนั้น
เธอจึงมักไปอยู่มุมห้องหรือไม่ก็โดดเรียนวิชานี้บ่อยๆ
แต่เวลานี้เธอตระหนักได้ว่า วิชานี้เป็นวิชาที่สำคัญ
ที่ช่วยให้เธอหารายได้ไปจุนเจือครอบครัวได้
เช่น อยากจะถามฝรั่งว่า
"ต้องการนั่งเรือข้ามฟากมั้ย ... ห้าร้อยบาท" ต้องพูดอย่างไร
เธอจึงสนใจอยากจะเรียนขึ้นมา และฉันก็เต็มใจอยากจะสอนให้มากๆ
และเพราะความที่นักเรียนก็ตั้งใจอยากจะเรียน
และ "ครู" ก็ตั้งใจอยากจะสอน
เวลาจึงได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และล่วงเลยเวลาที่สมควรไปแล้ว
เราจึงจำเป็นต้องปิดบทสนทนาและม้วนเสื่อเก็บอย่างน่าเสียดายครูปู่เล่าเสริมเกี่ยวกับเด็กเหล่านี้ไว้ด้วยว่า
เนื่องจากชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนนี้ต่างจากกลุ่มเด็กตอนเช้า
ครอบครัวบางครอบครัวไม่เต็มใจจะให้ลูกหลานพวกเค้ามาเรียนเพราะคิดว่าเป็นการเสียเวลา
สู้เอาเวลาเรียนไปทำงานหาเงินเข้าบ้านจะดีกว่า
และเนื่องจากเด็กบางคนไม่มีโอกาสได้เข้าโรงเรียน
จึงทำให้เด็กที่นี่ตั้งใจเรียนกว่า
ตั้งใจที่จะฉวยโอกาสที่หาได้ยากไว้ มากกว่าเด็กเมื่อตอนเช้า
ระหว่างที่เราไปหาอะไรเข้าท้องก่อนที่จะเข้าสนามรบต่อไป
ติ๊ก เพื่อนใหม่ที่มีอะไรคล้ายฉัน ได้ถามฉันว่า
"ทำไมฉันถึงมาเข้าร่วมโครงการครูอาสานี้?"
ตอนนั้นฉันตอบติ๊กไม่ได้ เพราะมันยังเหมือนเป็นความลังเล
และไม่แน่ใจเด็ดขาดกับหลายๆเรื่อง
แต่ฉันว่า ตอนนี้ฉันได้คำตอบให้กับตัวเองและติ๊กแล้วว่า..ทำไม?
เพราะคำว่า "โอกาส" งัยล่ะ
โอกาสที่ฉันมีมากกว่าคนหลายคนนัก...
โอกาสที่หลายคนอยากไขว่คว้าไว้แต่บางครั้งก็ไกลเหลือเกิน
ถ้านับความโชคดีแล้ว ฉันมักเป็น ฝ่ายรับ มาซะส่วนมาก
ดังนั้น ฉันขอใช้โอกาสของฉัน ทำให้ฉันได้เป็น ฝ่ายให้ บ้าง
ให้โอกาสกับเด็กๆ เพื่อที่พวกเค้าจะได้เติบโตขึ้น
และยื่นโอกาสเพียงสักครั้งของพวกเค้าให้กับคนที่ด้อยโอกาสกว่าบ้างถ้าคุณคิดว่า คุณเป็นคนนึงที่มี โอกาส
และ อยากจะแบ่งปันโอกาสของคุณให้กับเด็กๆด้อยโอกาสเหล่านี้
ไม่มีคำว่า สายเกินไป ค่ะ
เพราะโครงการนี้รับสมัครครูหัวใจอาสาทุกวันเสาร์และอาทิตย์
ติดตามรายละเอียดได้ตามเวบไซต์ด้านล่างนี้เลยค่ะhttp://volunteerspirit.org/readthis_info.asp?pid=67
อ้อ อยากจะขอไว้สักอย่างค่ะ
ถ้าคุณอยากจะลองใช้โอกาสของคุณดูแล้วล่ะก็
อยากให้คุณหาอะไรติดไม้ติดมือไปให้เด็กๆด้วย
แค่ดินสอเพียงแท่งเดียว หรือสติ๊กเกอร์สักแผ่น
โอกาสที่คุณจะได้เห็นรอยยิ้มของพวกเค้าก็จะมีเพิ่มขึ้นด้วย
ขอบคุณล่วงหน้าแทนเด็กๆ ครูปู่ แล้วก็กลุ่มอาสาสมัครซ.โซ่ทุกคนค่ะ
ส่วนตัวเอง ต้องขอบคุณครูปู่ และโครงการดีๆแบบนี้
ที่แม้จะเป็นเพียงแค่วันหนึ่งวัน
แต่ก็ทำให้ฉัน ภู มิ ใ จ ที่อย่างน้อย
เวลาที่ไม่มีค่าของฉัน..
กลับได้ใช้ประโยชน์ทำคุณค่าให้กับใครหลายๆคนขอบคุณอีกครั้งค่ะ
:]




เราว่าจะกลับไทยกลางปีนี้ ถ้าโอากาสเหมาะ เราจะลองดูดีกว่าว่าเราจะร่วมได้รึปล่าว
ดีใจที่ชอบบบ ว่างๆกลับมาก็
มาสอนด้วยกันอีกนะ
ถ้าจำไม่ผิดเป็นเวลาอาทิตย์นึงอะไรงี๊
คิดตั้งนานแล้วว่า อยากทำ ..
อยากลองทำมากกกก
แล้วซักวันนึงก็จะทำให้ได้
นี่คิดล่วงหน้าแล้ว ไม่รู้หรอกจะได้กลับเมื่อไหร่
แต่ตอนนี้เริ่มเก็บเงินส่วนนึงไว้แล้วนะ
ว่ากลับเมืองไทยจะเอาไปบริจาค ไปบ้านคนชรา ไปบ้านเด็กกำพร้า ไปนั่นไปนี่ ((เคยคิดอยากรับเด็กอุปการะด้วยนะ ถ้ากำลังทรัพย์เกื้อหนุน lol ))
อีกส่วนนึงก็เที่ยว .. ฮ่า
((แต่ได้ข่าวว่ากำลังจะจ่ายค่าเทอมงัย
หมดตูดฮะงานนนี้ T^T ))
เวลาดูเจาะใจหรืออะไรงี๊นะ แล้วมันจะมี โครงการสานฝันกับ AIS อะไรซักอย่าง
ที่เอาเด็กยากจนมาออกอ่ะ เห็นแล้วก็คิดเนอะ ว่าถ้าเรามีกำลังทรัพย์มากพอ
จะแบ่งให้ทุกคนเลย ให้เค้าได้มีโอกาสพอเพียงที่จะอยู่ในสังคมที่ดีกว่านี้น่ะ
ไม่ได้อยากจะทำเพราะอยากให้คนมองว่าเป็นคนดีนะ
แต่อย่างที่พี่กิ๊กบอกอ่ะ บางครั้งสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เราให้เค้าไปเนี่ย
มันอาจจะเป็นกำลังใจให้เค้ามีแรงทำอะไรต่อไปก็ได้นิ
.
ปล. เวลาพดให้ใครฟังว่า อยากทำอะไรแบบนี้ เค้ามักจะมองหน้ามาด้วยสีหน้าขำขำแล้วพูดว่า "อย่างแกเนี่ยนะ?" ... ฮ่าๆ
พี่กิ๊กเป็นไงบ้าง มิน่าอ่ะหายไปไหนกลับไทยไปนี่เอง ไม่เห็นส่งนู่นส่งนี่มาให้ทางเฟสบุ๊คตั้งนาน
อยากได้ที่อยู่ที่เมกาค่ะ ขอล่วยๆ
สวัสดีปีใหม่นะคะ
โป๊ดสะก๊าดมาแว๊วววว ^0^
ขอบคุณนะคับ :D
i deactivated my account for a while a'ka
^^"
ขนมมาถึงแว๊ววววววว
เปิดมากรี๊ดเลย
นมเม็ดดดดดดดดด
มะขามเงี๊ย
แถมด้วยโคลอนอีก
โอ้วมายก้อดT0T
กราบขอบคุณนะคะ ^/|\^
เซอร์ไพรสจิงๆเล๊ย :D
ที่นู้นไม่มีพวก ป๊อกกี้ หรือขนม กุลิโกะ หรอคะ?
ที่นี่มีนะ แบบทั่วๆไป แต่ไม่มี โคล่อน อ่ะ นมเม็ดด้วย >0< ((อันนี้ตื่นเต้นมาก lol ))
ส่วนพวงกุญแจเนี่ยย .. ขอบคุณที่นึกถึงนะค๊า .. แฮ่ :D